Browsed by
Month: January 2018

ภูเขาไฟฟูจิ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเมื่อมาเยือนญี่ปุ่น

ภูเขาไฟฟูจิ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเมื่อมาเยือนญี่ปุ่น

ภูเขาไฟฟูจิ เป็นชื่อสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฟุจิ-ฮะโกเนะ-อิซุ ที่จังหวัดชิซุโอเนะ และ จังหวัดยามาชิ ภูเขาไฟแห่งนี้เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น มีความสูง 3,776 เมตร ไปทางตะวันตกของกรุงโตเกียวราว 50 กิโลเมตรพื้นที่โดยรอบของภูเขาไฟนั้นเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ สวยงามประกอบด้วยทะเลสาบทั้งห้าและน้ำตกชิระอิโตะ ภูเขาไฟฟูจินั้นเป็นภูเขาไฟประเภทกรวยสลับชั้นปัจจุบันจัดว่าเป็นภูเขาไฟที่สงบและมีโอกาสปะทุต่ำ โดยปะทุ ครั้งสุดท้ายในยุคเอโดะหรือปี 1707 ภูเขาฟูจิจัดว่าเป็นภูเขาที่มีความสำคัญทั้งในเรื่องของความเชื่อและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นจะเห็นว่ามีภาพเขียนต่างๆที่มีฟูจิเป็นฉากหลังด้วย ตามความเชื่อแต่โบราณของ ชาวญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคเมจิเชื่อว่าภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงเป็นสถานที่ที่มีเทพเจ้าสิงสถิตอยู่ และยังเป็นแรงบันดาลใจของศิลปินในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 จะ เห็นได้จากภาพเขียน กลอน และบทกวีที่กล่าวถึงภูเขาไฟฟูจิมากมาย ภูเขาไฟฟูจิ ความสวยงามที่เกินบรรยาย   ทำให้ภูเขาไฟลูกนี้เป็นทีรู้จักไปทั่วโลกปัจจุบันภูเขาไฟฟูจิจัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีทัศนียภาพที่สวยงามของ ธรรมชาติอย่างมาก สามารถเที่ยวชมความงามของภูเขาได้เกือบทุกฤดูกาลโดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่อากาศแจ่มใสทำให้สามารถมองเห็นภูเขาไฟได้ อย่างชัดเจน และสามารถมองเห็นได้จากกรุงโตเกียวเลยทีเดียว จุดเด่นอย่างหนึ่งของภูเขาไฟลูกนี้คือมีหิมะปกคลุมตลอดปีแม้ในช่วงฤดูร้อนก็มีหิมะปกคลุมให้เห็นบางๆ บนยอด แต่ในช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมบนยอดจำนวนมาก ซึ่งมองเห็นอย่างสวยงาม นอกจากชมความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิแล้วบริเวณโดยรอบก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเช่นกันไม่ว่าจะเป็นชมทะเลสาบคาวากุจิบริเวณโดย รอบมีต้นซากุระขึ้นจำนวนมาก รวมถึงต้นไม้อื่นๆอีก และหากเป็นช่วงฤดูซากุระก็ยิ่งมีความสวยงามและชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ในบริเวณนั้น สำหรับกิจกรรมอื่นๆก็มีเช่นกิจกรรมปืนเขาซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมของนักปืนเขาอย่างมากโดยการปืนเขานั้นก็จะมีตั้งแต่ระดับ 1 จนถึงระดับ 5 ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสกีหิมะและกระดานเลื่อนให้ความสนุกสนานแก่นักท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีกิจกรรมเช่นล่องเรือตามทะเลสาบคาวาฟุจิชมความสวยงาม บริเวณโดยรอบ ภูเขาไฟฟูจินั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมากจนกระทั่งปี 2013 ภูเขาไฟฟูจิได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยผ่านการพิจารณาดังนี้  เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลัก ฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

ลาสเวกัส เมืองแห่งศูนย์กลางคาสิโนขนาดใหญ่กลางทะเลทราย

ลาสเวกัส เมืองแห่งศูนย์กลางคาสิโนขนาดใหญ่กลางทะเลทราย

ลาสเวกัส เป็นชื่อของเมืองที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของทะเลทรายเนวาดา รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ลาสเวกัสได้รับฉายาว่า เป็นเมืองแห่งแสงสี หรือ เมืองแห่งบาป นักเขียนชาว อเมริกันบางคนตั้งฉายาชื่อว่า America’s Playground หรือสนามเด็กเล่นของสหรัฐอเมริกา ลาสเวกัสจัดว่าเป็นเมืองที่ยามค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยแสงสียามราตรีที่สวยงาม กลางทะเลทราย เมืองนี้จะตัดผ่านถนนสายหลักเพื่อมุ่งหน้าไปยังชายฝั่งตะวันตกของประเทศ เดิมทีลาสเวกัสนั้นเป็นเพียงเมืองเล็กๆ โดยชาวเมืองส่วนใหญ่มีอาชีพทำเหมืองหินรวมถึง การค้าขาย แต่เมืองเวลาผ่านไปเมืองนี้เริ่มเจริญเติบโตจากธุรกิจการพนันในช่วงปี 1990 ลาสเวกัสเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นเมืองซึ่งศูนย์กลางของการพนันขนาด ใหญ่เช่น คาสิโน, สล็อต, รวมถึงการแสดงโชว์ระบำเปลืองผ้า ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ามายังเมืองลาสเวกัสเพื่อเข้ามาเสี่ยงโชค ด้วยการเจริญเติบโตทำให้อาคาร สถานที่ต่างๆในลาสเวกัสมีความหรูหราและโอ่อ่ามาก รวมถึงมีโรงแรมหรูระดับพรีเมี่ยมตั้งอยู่ในเมืองแห่งนี้ โดยเฉพาะโรงแรมซีซาร์พา เลซ โรงแรมสุดหรูและคาสิโนขนาดใหญ่ของเมืองโรงแรมแห่งนี้จัดว่าเป็นโรงแรมที่มีทั้งเศรษฐี นักธุรกิจ ศิลปิน ดารา-นักแสดง ต่างๆเดินทางเข้ามาพักมากมาย นอกจาก ห้องพักหรูแล้วภายในบริเวณของโรงแรมยังมีจุดต่างๆที่เปรียบเสมือนพระราชวังเลยทีเดียว และส่วนของคาสิโนของมีโป๊กเกอร์ เครื่องสล็อตและโต๊ะเกมต่างๆให้นักเสี่ยง โชคได้มาลองเสี่ยงกัน ลาสเวกัส ศูนย์รวมสถานที่สำคัญของโลกไว้ที่นี่ นอกจากคาสิโนและโรงแรมหรูแล้ว ภายในเมืองลาสเวกัสนั้นยังมีการจำลองสถานที่ต่างๆทั่วโลกรวมไว้ในที่แห่งนี้เช่น เทพีเสรีภาพ, หอไอเฟล, หอบิ๊กเบน, พีระมิดอียิปต์ และอีกมากมายรวมไว้ในเมืองแห่งนี้ประกอบกับแสงสีในยามค่ำคืนและยังมีศูนย์การค้า, โรงแรม, ร้านอาหาร, ห้างสรรพสินค้าที่มีความอลังการและมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ อื่นๆของประเทศอีกด้วย นอกจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเพื่อเล่นการพนันหรือสนุกกับการดื่มกินแล้วนักท่องเที่ยวบางส่วนก็นิยมเดินทางมาจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองและถือว่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักอย่าง ไฮจ์ โรลเลอร์ ซึ่งเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก มีความสูง 167 เมตร ตั้งอยู่บนถนนลาสเวกัสสตรีฟ โดยชิงช้าสวรรค์นี้เปรียบเสมือนจุดชมวิวของเมืองซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2011 สร้างเสร็จและเปิดให้บริการในวันที่ 31 สิงหาคม ปี 2014 ซึ่งสามารถมองเห็นวิวของเมืองรวม ถึงทะเลทรายโดยรอบ 360 องศา ตัวชิงช้ามีตู้โดยสารทั้งหมด 28 ตู้ แต่ละตู้สามารถจุคนได้…

Read More Read More

น้ำตกทีลอซู น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในประเทศไทย

น้ำตกทีลอซู น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในประเทศไทย

น้ำตกทีลอซู เป็นชื่อของน้ำตกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่อำเภออุ้งผาง จังหวัดตาก ภายในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่บนความสูงเหนือระดับ น้ำทะเล 900 เมตร ตัวน้ำตกมีความสูงจากพื้นดิน 300 เมตร กว้าง 500 เมตร ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งน้ำตกนั้นได้รับการจัดอันดับว่าเป็นน้ำตกขนาดใหญ่อันดับ 6 ของเอเชียอีกด้วย น้ำตกแห่งนี้จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวศึกษาทางธรรมชาติซึ่งสามารถชมความสวยงาม ได้ตลอดทั้งปี ซึ่งน้ำตกมีน้ำไหลตลอดปีแต่น้ำจะมากในช่วงฤดูฝน น้ำตกทีลอซูนั้นเดิมทีถูกค้นพบโดยบังเอิญโดยพรานชาวกะเหรี่ยงที่มาล่าสัตว์ในพื้นที่ดังกล่าว ต่อมาหน่วย ตชด. ได้บินเข้ามาสำรวจภายในบริเวณน้ำตกอีกครั้งซึ่งทางกรมป่าไม้ก็ได้เข้ามาสำรวจในช่วงเวลาต่อมา และหลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2528 ปรีชา อินทวงศ์ และบุคลากรของนิตยสารท่องเที่ยวแคมปิง เข้าไปสำรวจน้ำตกทีลอซูและนำไปตีพิมพ์ลงนิตยสารทำให้เริ่มเป็นที่สนใจของผู้คนมากขึ้น สำหรับชื่อของน้ำตกทีลอซูนั้น ใครเป็นผู้ตั้งยังไม่มีการระบุชัดเจน แต่คำว่า ทีลอซูตั้งตามภาษากะเหรี่ยงแปลว่า น้ำตกดำ พื้นที่ของน้ำตกแห่งนี้นับว่าเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศไทยโดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายน – พฤศจิกายน ของทุกปีซึ่งเป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำมากจะ สามารถมองเห็นน้ำตกอย่างกว้างใหญ่มาก แต่ฤดูกาลเข้าชมน้ำตกนั้นจะเป็นช่วงเดือนธันวาคม – พฤษภาคม โดยเฉพาะเดือนธันวาคมจะเหมาะที่สุดเนื่องจากกระแสน้ำ ไม่แรงมากและเป็นช่วงฤดูหนาว น้ำตกทีลอซู เดินทางไปอย่างไร ? ทั้งนี้ตัวน้ำตกนั้นอยู่ห่างจากที่ทำการอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตรดังนั้นการจะเดินทางเข้าชมน้ำตกนั้นจะต้องเดินเท้าเข้าไปอีก ทั้งนี้ภายบริเวณน้ำตกก็มีบริเวณเดินทาง ด้วยเรือยางเข้าสู่น้ำตกได้ น้ำตกทีลอซูนั้นไม่สามรถลงเล่นน้ำได้จึงเหมาะแก่การชมความสวยงามและศึกษาธรรมชาติมากกว่าซึ่งหากเดินเท้าเข้ามาทางน้ำตกจะเป็นเส้น ทางศึกษาธรรมชาติตลอดเส้นทางกว่า 1.5 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางจะมีพรรณไม้นานาชนิดโดยเฉพาะป่าไผ่และดอกกระเจียวขึ้นตามจุดต่างๆของเส้นทาง เมื่อถึงน้ำตกจะมีจุดชมวิวทั้งด้านล่างของน้ำตกจะเห็นเป็นผาหินปูนสีดำขนาดใหญ่ลดลั่นลงมาเป็นชั้นๆ และจุดชมวิวด้านยอดเขาจะมองเห็นน้ำตกในมุมสูงซึ่งมีความ ชัดเจนมากกว่าโดยการเดินทางขึ้นยอดเขานั้นจะใช้เวลาเดินทางไปประมาณ 2 ชั่วโมง สำหรับการเดินทางมายังน้ำตกแห่งนี้สามารถเดินทางมาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 161 จากนั้นเดินทางต่อไปอีก 30 กิโลเมตร และเดินทางสู่ถนนลูกรังอีก 26 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง

เรือควีนแมรี่ โรงแรมและพิพิธภัณฑ์เรือสำราญสุดคลาสสิก

เรือควีนแมรี่ โรงแรมและพิพิธภัณฑ์เรือสำราญสุดคลาสสิก

เรือควีนแมรี่ (The Queen Mary) เป็นชื่อเรือสำราญขนาดใหญ่ของสายการเดินเรือคูนาร์ดไลน์ บริษัทต่อเรือของสหราชอาณาจักรเรือสำราญลำนี้จัดว่าเป็นเรือสำราญลำ หนึ่งที่มีความหรูหราและมีความสะดวกสบาย เรือควีนแมรี่นั้นถูกสร้างขึ้นในปี 1939 ที่อู่ต่อเรือในประเทศสก๊อตแลนด์ จากนั้นเดินทางมายังอู่ต่อเรือที่เมืองเซาท์แธมป์ตันเพื่อต่อเติมส่วนต่างๆของเรือ เรือควีนแมรี่เสร็จ สมบูรณ์ในปี 1940 ใช้มูลค่าในการก่อสร้างทั้งสิ้น 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเรือมีความยาว 300 เมตร หนักประมาณ 80,773 ตัน เครื่องยนต์ขับเคลื่อนด้วยถ่านหินเพื่อเป็น พลังงานไอน้ำขับเคลื่อนใบจักร ตัวเรือประกอบด้วยปล่องควันจำนวน 3 ปล่อง เรือควีนแมรี่ ได้รับการยกย่องให้เป็นเรือสำราญที่มีความเร็วที่สุดในโลกยุคนั้นด้วยความเร็ว สูงสุด 30 น็อตต่อชั่วโมง สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ถึง 2,1000 คน มีเรือชูชีพทั้งหมด 32 ลำ เนื่องจากเหตุการณ์ของเรือไททานิคในปี 1912 ทำให้ควีนแมรี่มีการสร้างใต้ท้องเรือให้แข็งแรง มีเหล็กเสริมถึง 3 ชั้น ประตูกั้นน้ำรวมถึงระบบการสูบน้ำออกจากตัวเรือซึ่งมี ความแข็งแรง เรือควีนแมรี่บริการรับส่งผู้โดยสารข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกจากท่าเรือเซาท์แธมป์ตัน ไปยังนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา กลายเป็นเรือที่โด่งดัง ที่สุดและนิยมที่สุดในยุคนั้นเลยทีเดียว จนกระทั่งช่วงปี 1945 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เรือควีนแมรี่ถูกใช้เป็นเรือขนส่งทหารผู้บาดเจ็บจากสงคราม หลังสิ้นสุดสงครามโลกเรือควีนแมรี่ก็กลับมาให้บริการขนส่งอีกครั้งแต่เมื่อยุคสมัยที่เปลี่ยนไป มีเครื่องบินเข้ามาแทนที่และเรือโดยสารที่เร็วกว่า ในปี 1965 เรือควีนแมรี่ก็ ปลดระวาง ต่อมาเศรษฐีชาวอเมริกันคนหนึ่งได้ขอซื้อเรือลำนี้เพื่อใช้เป็นโรงแรมและพิพิธภัณฑ์ เรือควีนแมรี่ ในปัจจุบันถูกใช้เป็นอะไร ? ปัจจุบันเรือควีนแมรี่ถูกปรับปรุงให้เป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว และมีการเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์จัดนิทรรศกาลเกี่ยวกับเรือเดินสมุทรในสมัยนั้น โดยควีนแมรี่ตั้งอยู่ที่ท่าเรือลอง บีช แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายในถูกออกแบบใหม่และมีบางส่วนที่เป็นโครงสร้างของเรือในสมัยนั้น ด้วยพื้นที่กว่า 3 เอเคอร์มีทั้งสระว่ายน้ำ, สนามกีฬา,…

Read More Read More

หมู่เกาะสิมิรัน เกาะทะเลสวยที่สุดแห่งหนึ่งของชายฝั่งอันดามัน

หมู่เกาะสิมิรัน เกาะทะเลสวยที่สุดแห่งหนึ่งของชายฝั่งอันดามัน

หมู่เกาะสิมิรัน หรือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เป็นเกาะขนาดใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 80,000 ไร่ ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่อีก 9 เกาะ ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ในมหาสมุทรอินเดีย หมู่เกาะนี้อยู่ในเขตท้องที่ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ประเทศไทย ซึ่งก็ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 โดยชื่อของหมู่เกาะสิมิรัน นั้นตั้งมาจากภาษามลายู แปลว่า เก้า ซึ่งก็คือจำนวน 9 เกาะของพื้นที่แห่งนี้ หมู่เกาะสิมิรันจัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลกแห่ง หนึ่ง ถูกยกย่องว่าเป็นเกาะที่มีความสวยงามทั้งบนบกและใต้ทะเลซึ่งมีแนวปะการังที่สวยงามและยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดในแถบนั้นรวมถึงมีระบบนิเวศน์ใต้ทะเลที่ยัง สมบูรณ์เช่นกัน ภายในบริเวณหมู่เกาะนั้นสามารถพบปลาหายากได้ในบริเวณนี้ เช่น วาฬ, โลมา, ปลาไหลมอเรย์ เป็นต้น หมู่เกาะสิมิรัน ทั้ง 9 เกาะนี้มีชื่อเรียกที่แตกต่างโดยเรียงจาก เหนือไปใต้ คือ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง เกาะปายู เกาะหัวกะโหลก เกาะสิมิลัน และเกาะบางู โดยหมู่เกาะสิมิรันนั้นจะเป็นที่นิยมในช่วงเดือน พฤศจิกายน ถึง เมษายน ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมายังหมู่เกาะนี้นั้นก็จะมีกิจกรรมที่แตกต่างกันไปโดยแต่ละเกาะนั้นจะถูกแบ่ง เป็นกิจกรรมดังนี้ หมู่เกาะสิมิรัน ท้องทะเลสวยระดับโลก เกาะแปด เกาะสิมิรัน เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเพื่อพักผ่อนริมชายหาดซึ่งมีหาดทรายที่ขาวละเอียดและเล่นน้ำทะเล รวมถึงกิจกรรมดำน้ำใต้ ทะเลทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก ชมปะการังที่สวยงามนอกจากนี้ยังสามารถเดินไปยังด้านทิศเหนือของเกาะจะมีหินขนาดใหญ่คล้ายรองเท้าบูตและมีหินที่มีลักษณะคล้ายกับเรือ ใบให้ชมกันด้วย ถัดมาคือเกาะบางู หรือ เกาะเก้า เป็นเกาะเล็กๆซึ่งมีกองหินใต้น้ำขนาดใหญ่โดยเกาะนี้ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำเพราะมีโขดหินมากและหาดทรายเล็ก ถัดมา เกาะหัวกะโหลก หินปูซา เกาะเจ็ด มีลักษณะคล้ายหัวกะโหลก มีหุบเขาใต้น้ำ สามารถพบปะการังอ่อน กัลปังหา…

Read More Read More

บ้านเชียง แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกทางโบราณคดีของไทย

บ้านเชียง แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกทางโบราณคดีของไทย

บ้านเชียง เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เป็นสถานที่แหล่งโบราณคดีซึ่งเป็นถิ่นฐานที่อยู่ของมนุษย์ในช่วงหลายพันปีก่อนประวัติศาสตร์ สถานที่ทางประวัติศาสตร์นี้สันนิฐานว่ามีอารยธรรมมานานกว่า 5,000 ปีแล้วต่อมาทางกรมศิลปากรได้มีการขุดค้นพบเครื่องปั้นดินเผาโบราณรวมถึงโครงกระดูกมนุษย์ที่เชื่อว่าเป็นชนเผ่าในบ้านเชียง ซึ่งก็ได้มีการก่อตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้น และเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศึกษาด้านโบราณคดีแห่งที่ 4 ของไทย และเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์อีกด้วย ภายในบ้านเชียงนั้นมีเครื่องปั้นดินเผาโบราณที่เก่าแก่ถูกแบ่งออกเป็น 3 ยุค ได้แก่ สมัยต้นในช่วง 5,600 – 3,000 ปี มีเครื่องปั้นดินเผาที่มีลายเชือกทาบ มีการเขียนสีบ่าซึ่งถูกค้นพบคู่กับโครงกระดูกมนุษย์ บางใบใช้บรรจุศพเด็กอีกด้วย ต่อมายุคสมัยกลาง เป็นยุคที่ค้นพบดินเผาจำนวนมากมีอายุราว 3,000 – 2,700 ปี และ สมัยปลายช่วง 2,700 – 1,800 ปี ในยุคนี้มีการใช้เครื่องปั้นที่มีลวดลายมากมาย มีลายที่พิสดารและมีความสวยงามทั้งมีการเคลือบด้วน้ำโคลนสีแดงขัดมันเชื่อว่าในสมัยปลายนั้นมนุษย์ในบ้านเชียงนั้นใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ ส่วนที่ 1 เป็นการจัดแสดงจำลองการขุดค้นพบเครื่องปั้นโบราณและนำเสนอศิลปะวัตถุตามชั้นดินและการใช้เครื่องปั้นดินเผาฝังรวมกับศพที่เป็นโครงกระดูก ส่วนที่ 2 เป็นโซนการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของบ้างเชียงในยุคก่อนประวัติศาสตร์และจัดแสดงเครื่องมือ วัตถุโบราณข้าวของเครื่องใช้ในยุคนั้นและนิทรรศกาลจัดแสดงวัตถุโบราณที่ขุดค้นพบได้ในบริเวณบ้านเชียง และมีห้องบรรยายให้ความศึกษาแก่ผู้ที่สนใจด้วย นอกจากภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงแล้วบริเวณใกล้เคียงเช่น วัดโพธิ์ศรีใน ที่ห่างจากพิพิธภัณฑ์เพียง 500 เมตร ยังถือว่าเป็นอีกแหล่งที่น่าสนใจคือเป็นสถานที่ที่เก็บรักษาศิลปะของบ้านเชียงไว้ โดยในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสริกิต ฯ เสด็จมาทอดพระเนตรการทำงานของนักโบราณคดีในพื้นที่นี้ด้วย ปัจจุบันบริเวณจัดแสดงเครื่องใช้และวัตถุโบราณภายในวัดโพธิ์ศรีในนั้นถูกจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของประเทศไทยด้วย นอกจากนี้แล้วในปี พ.ศ. 2535 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 16 แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยผ่านข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก คือ เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว

นครเพตรา นครโบราณมรดกโลกภายใต้หุบเขาอัศจรรย์

นครเพตรา นครโบราณมรดกโลกภายใต้หุบเขาอัศจรรย์

นครเพตรา เป็นชื่อของโบราณสถานซึ่งแกะสลักด้วยหินจากหุบเขาวาดี มูซา ประเทศจอร์แดน นครแห่งนี้จัดว่าเป็นสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลกโดยตัวอาคารจะแกะสลักจากหินของหุบเขาที่ตั้งระหว่างทะเลเดดซีและอ่าวกาบา นครแห่งนี้เชื่อว่ามีอายุราว 700 ปี สถานที่นี้มีมนุษย์เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้ราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาลแล้วโดยชนชาติที่มีชื่อว่า ชาวนาบาเทียน ซึ่งเดินทางมาจากแทบทะเลทรายอาหรับ นักโบราณคดีเชื่อว่าชาวนาบาเทียนนี้มีความสามารถและชำนาญในเรื่องการแกะสลักหินจากผา ซึ่งใช้สำหรับที่อาศัยของพวกเขาและเลี้ยงแกะ ต่อมาได้มีการรับจ้างเป็นยามรักษาความปลอดภัยแก่กองคาราวาน นอกจากนี้แล้วยังเชื่อว่าชนเผ่านี้มีความซื่อสัตย์ และพวกเขาได้เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในบริเวณหุบเขานี้จนมีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น จนเริ่มมีการสร้างอาคารที่สลักด้วยหินจากหน้าผาขึ้น จากนั้นนครโบราณแห่งนี้ก็กลายเป็นเส้นทางที่สำคัญแห่งหนึ่งในตอนนั้น เนื่องจากเป็นเส้นทางสำคัญคือ สายตะวันออก – สายตะวันตก คาบสมุทรอาหรับกับอ่าวเปอร์เซียจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ สายเหนือ – ใต้ ที่เชื่อมทะเลแดงกับ กรุงดามัสกัส ซีเรีย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญ นอกจากนี้หุบเขาวาดี มูซา ยังถูกเรียกอีกชื่อว่า หุบเขาโมเสส จากตำนานความเชื่อที่ว่า น้ำภายในหุบเขานั้นเป็นน้ำที่โมเสส เสกให้เพื่อชาวยิวกินแก้กระหาย ดังนั้นแล้วพ่อค้าที่เดินทางจากทะเลทรายต้องเดินทางมาที่นครเพตราแห่งเดียวเท่านั้น ต่อมาในสมัยกรีกโบราณนครเพตรากลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่มั่งคั่ง ซึ่งชาวกรีกในสมัยในเดินทางมาที่แห่งนี้เพื่อซื้อขายสินค้า ตามบันทึกของนักเดินทางชาวกรีกโบราณชื่อว่า สตราโบ กล่าวว่า นครเพตรานั้นเต็มไปด้วยสินค้าต่างๆ เช่น ยางไม้หอม กำยาน เครื่องเทศของชาวอาหรับ ทองแดง เหล็ก เครื่องปั้นดินเผา รูปปั้น ผ้าย้อมของชาวฟินิเซียน นครโบราณนี้เจริญรุ่งเรืองจนถึงช่วงสมัยโรมันซึ่งจักรพรรดิโรมันได้ยกทัพโจมตีเมืองแห่งนี้ เนื่องจากนครนี้ไม่เคยมีศัตรูมานับตั้งแต่ก่อสร้างนครจึงได้ให้พ่ายแพ้ไปในที่สุด หลังจากนั้นเมืองถูกปล่อยทิ้งร้างจนกระทั่งปี 1812 นักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท ได้เดินทางเข้ามาที่นครแห่งนี้และได้เผยแพร่ออกสู่สายตาชาวโลกจนทำให้นครเพตราเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีนักสำรวจ นักโบราณคดีเดินทางเข้ามาศึกษาจำนวนมาก ปัจจุบันนครเพตราเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของจอร์แดน และในปี 2008 นครเพตราได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและได้รับการเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย

แกรนด์แคนยอน เที่ยวชมหุบเหวลึกที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก

แกรนด์แคนยอน เที่ยวชมหุบเหวลึกที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก

แกรนด์แคนยอน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งชาตินี้จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งรองจากเยลโลว์สโตน ซึ่งแกรนด์แคนยอนนี้มีลักษณะเป็นหน้าผาลึกที่มีความสูงราว 1,600 เมตร และมี ความยาวของหุบเหว 450 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นหน้าผาที่มีความยาวที่สุดในโลกโดยด้านล่างของหุบเหวคือแม่น้ำโคโรลาโด ซึ่งจัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม สำหรับพื้นที่แห่งนี้ถูกค้นพบโดยนักสำรวจชาวยุโรป ชื่อว่า พันตรี จอห์น เวสลีย์ พาวเวลล์ และคณะเมื่อปี ค.ศ. 1869 ต่อมาทางการของสหรัฐได้ขึ้นทะเบียนแกรนด์แคน ยอนให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 2 ของประเทศ แกรนด์แคนยอน จัดว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะแก่การศึกษาด้านธรณีวิทยาซึ่งหน้าผาที่ถูกกัดเซาะนั้นมีชั้นดินต่างๆ ที่ซับซ้อนกัน นักธรณีวิทยาเชื่อว่าแกรนด์แคนยอนนั้นเกิดจากการกัดเซาะของน้ำในแม่น้ำโคโรลาโดเมื่อราว 250 – 225 ล้านปีก่อน เชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ราบกว้างและมีแม่น้ำโคโร ลาโดไหลผ่านซึ่งเวลาผ่านไปนานมากพื้นดินบริเวณขอบของแม่น้ำเกิดการพังทลายของหน้าดินทำให้น้ำในแม่น้ำเริ่มลดระดับลงและมีขนาดเล็กลง ต่อมาเกิดการเคลื่อน ตัวของเปลือกโลกอย่างรุนแรงการเคลื่อนตัวก่อให้เกิดแรงดันมหาศาลใต้พื้นโลกและทำให้พื้นที่ราบดันตัวสูงขึ้น ต่อมาน้ำในแม่น้ำก็กัดเซาะชั้นดินของหน้าผาลึกลงเรื่อยๆ ประกอบกับกระแสน้ำที่ไหลแรงพัดเอาทรายและตะกอนและเกิดการกัดเซาะลึกลงจนสามารถชั้นหินแบบต่างๆ ก่อเกิดเป็นร่องเหวลึก รวมถึงพื้นที่ราบถูกลมและฝนเกาะซัดบริเวณโดยรอบจนเห็นเป็นผาหินกว้างใหญ่การกระทำนี้เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายล้านปีจนเกิดเป็นผาหินซับซ้อน ดังเช่นปัจจุบัน แกรนด์แคนยอน จึงกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกทางธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งนี้แกรนด์แคนยอนไม่ได้มีเฉพาะบนโลกเท่านั้น ยังมีเหวลึกลักษณะคล้ายกันบนดาวอังคารชื่อว่า มาริเนริส ที่มีความกว้างราว 8,500 กิโลเมตร ยาว 10,600 กิโลเมตร ซึ่งคิดเป็น 10 เท่าของแกรนด์แคนยอนบนโลกอีกด้วย ปัจจุบันแกรนด์แคนยอนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมโดยมีนักท่องเที่ยวกว่า 4 แสนคนต่อปีซึ่งภายในก็มีกิจกรรมหลากหลาย เช่น จุดชมวิวซึ่งมีสกายวอกล์ยื่นออกจาก หน้าผาให้ชมวิวโดยรอบหรือจะเดินทางลงไปยังจุดชมวิวด้านล่างบริเวณแม่น้ำโคโรลาโดเดินทางลัดเลาะตามหุบเขาที่น่าพิศวง หรือจะใช้บริการล่องเรือชมความสวยงา มรอบๆแม่น้ำและหุบเหวแกรนด์แคนยอน

หุบเขาโมนูเมนต์ หุบเขาที่กว้างใหญ่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่ง

หุบเขาโมนูเมนต์ หุบเขาที่กว้างใหญ่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่ง

หุบเขาโมนูเมนต์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่ รัฐยูทาห์และรัฐแอริโซนา ของประเทศสหรัฐอเมริกา หุบเขาโมนูเมนต์ มีชื่อเสียงมากจากการที่มี ผาหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายคล้ายกับแท่งหินขนาดใหญ่ขึ้นอยู่กลางที่ราบกว้างใหญ่ หุบเขาแห่งนี้ เป็นซากหินที่เหลือจากการสึกกร่อน เมื่อมองจากด้านบนจะเห็นเป็นทุ่งโล่งและหุบเขาคล้ายกับพุ่มไม้ มีลักษณะเป็นแท่งสูงคล้ายตึกและปราสาทบ้างถูก เรียกว่า หินรูปปราสาท โดยหินเหล่านี้จะมียอดตัดหรือยอดราบ หุบเขาหล่านี้มีความสูงประมาณ 200 – 300 เมตร สถานที่แห่งนี้มีชื่อเสียงจากการที่มีนักท่องเที่ยวเดิน ทางผ่านถนนเพื่อไปยังฝั่งตะวันตกของประเทศ โดยจะเห็นเป็นถนนทางยาวตัดผ่านหุบเขาที่สวยงามพื้นที่แห่งนี้นักธรณีวิทยาสันนิฐานว่าเกิดขึ้นราว 250 ล้านปีก่อน โดยมีความเชื่อว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจเคยเป็นทะเลตื้นมาก่อนหลังจากนั้นเมื่อ 70 ล้านปีก่อนน้ำทะเลแห่งนี้เริ่มลดระดับลงหินทรายสีแดงเริ่มแปลสภาพเป็นดินโคลนรวมถึง สภาพการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกอย่างรุนแรงพื้นที่นี้เกิดการดันตัวขึ้นมาทำให้น้ำทะเลแห้งในที่สุด น้ำจึงแปรสภาพเป็นน้ำใต้ดินในปัจจุบัน ต่อมาเกิดการกัดกร่อน ของลมจนทำให้เม็ดทรายต่างๆถับทมกันรวมถึงน้ำฝนที่ตกลงมากกลายสภาพให้หุบเขาเหล่านี้เกิดเป็นผาหินอย่างในปัจจุบันนักธรณีวิทยาเชื่อว่าในอีกหลายพันปีพื้นที่ บริเวณดังกล่าวจะถูกลมและฝนกัดกร่อนจนเล็กลงและหายไปในที่สุด หุบเขาโมนูเมนต์ ทัศนียภาพที่งดงามที่สุด พื้นที่โดยรอบนั้นค่อนข้างทุรกันดานเนื่องจากภูมิประเทศเป็นทะเลทรายและพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เหมาะแก่การดำรงอาศัยของมนุษย์ ทำให้พื้นที่แถบนี้ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง มากนักและยังคงสภาพของหุบเขาแท่งหินขนาดใหญ่นี้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าจะไม่ค่อยมีมนุษย์อาศัยอยู่แต่ก็ยังมีชนเผ่าอินเดียนแดงที่ดำรงชีวิตอยู่ถึงปัจจุบันโดยพวก เขาจะมีหมู่บ้านห่างจากหุบเขาโมนูเมนต์ราว 20 กิโลเมตรซึ่งพวกเขาทำการเลี้ยงแพะเพื่อดำรงชีพ นอกจากนี้แล้วในบริเวณทะเลทรายก็ยังมีสัตว์อื่นๆเช่น กิ่งก่าแผงคอ คางคกมีเขา และ งูหางกระดิ่ง ซึ่งมีมากในพื้นที่ทะเลทราย พืชส่วนใหญ่จะเป็นกระบองเพชร  สำหรับ พื้นที่ของหุบเขานี้แม้ว่าจะไม่ใช้สถานที่ในเชิงการท่องเที่ยวเพราะเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างแห้งแล้งและมีความร้อนมาก แต่ก็มีผู้คนจำนวนมากเดินทางไปชมความสวยงาม ของธรรมชาติอย่างมากและนิยมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย ซึ่งก็จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ควรไปชมให้ได้สักครั้งในชีวิต นอกจากนี้สถานที่ดังกล่าวยังอยู่ใช้ เป็นฉากหลังในการถ่ายทำภาพยนตร์ดังๆมากมายอีกด้วย

เยลโลว์สโตน สถานที่เที่ยวธรรมชาติชมน้ำพุร้อนที่สูงที่สุดในโลก

เยลโลว์สโตน สถานที่เที่ยวธรรมชาติชมน้ำพุร้อนที่สูงที่สุดในโลก

เยลโลว์สโตน หรือ อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา มีเนื้อที่ราว 8,983 ตาราง กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 รัฐ คือ ไวโอมิง, มอนทานา, ไอดาโฮ พื้นที่แห่งจัดว่า เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของโลกที่อยู่ขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติโดยได้รับการขึ้นทะเบียนในวันที่ 1 มีนาคม 1872 ซึ่งในปัจจุบันจัดว่าเป็นสถาน ที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของสหรัฐและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งภายในมีลักษณภูมิประเทศที่เก่าแก่และมีความหลากหลายทางธรรมชาติอย่างมาก พื้นที่ภายในอุทยานแห่งชาตินี้ ประกอบด้วยที่ราบสูง, ภูเขาสลับชั้น, ผาสูงชัน, ทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย, ป่าไม้ และน้ำพุร้อน ภายในเยลโลว์สโตนมีแหล่งที่เรียกว่า บ่อน้ำพุ ร้อน จำนวนมากกว่า 10,000 แห่ง และมีน้ำพุร้อนกว่า 250 แห่งที่มีน้ำร้อนพุ่งสูงกว่า 30 เมตร โดยเฉพาะน้ำพุร้อนชื่อว่า โอลด์เฟทฟุล ซึ่งมีน้ำพุร้อนพุ่งสูงกว่า 100 เมตร ในทุกๆเวลา 93 นาที โดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลยน้ำพุร้อนเหล่านี้เกิดขึ้นโดยแมกมาจากใต้ติด นอกจากนี้แล้วภายในเยลโลว์สโตนยังมีน้ำตกที่สวยงามกว่า 300 แห่ง รวมถึงสัตว์ป่าต่างๆภายในอุทยานซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถพบเจอภายในอุทยานแห่งชาตินี้ไม่ว่าจะ เป็น หมีกริซซ์ลี หมีดำ ควายป่าไบซัน กวางมูส กวางเอลก์ แพะภูเขาบิกฮอร์น แมวป่า หมาป่า เยลโลว์สโตนมีความหลากหลายทั้งภูมิศาสตร์และทางธรณีวิทยา ถือว่าเป็น สถานที่ที่ใช้ในการศึกษาชีววิทยาและธรณีวิทยาอีกด้วย เยลโลว์สโตน แหล่งท่องเที่ยวบยอดนิยม ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาตินี้กว่า 4 ล้านคนต่อปี เยลโลว์สโตนจัดว่าเป็นสถานที่ที่มีน้ำพุร้อนมากที่สุดและสูงที่สุดในโลก นั่นเพราะว่าภายใต้พื้นที่ แห่งนี้นั้นเป็นแอ่งแมกมาขนาดใหญ่ กล่าวคือในสมัยอดีตบริเวณดังกล่าวเคยเป็นภูเขาไฟยักษ์มาก่อนและเกิดปะทุมาแล้วหลายครั้งโดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นราว 750,000 ปี…

Read More Read More