Browsed by
Day: January 23, 2018

นครเพตรา นครโบราณมรดกโลกภายใต้หุบเขาอัศจรรย์

นครเพตรา นครโบราณมรดกโลกภายใต้หุบเขาอัศจรรย์

นครเพตรา เป็นชื่อของโบราณสถานซึ่งแกะสลักด้วยหินจากหุบเขาวาดี มูซา ประเทศจอร์แดน นครแห่งนี้จัดว่าเป็นสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลกโดยตัวอาคารจะแกะสลักจากหินของหุบเขาที่ตั้งระหว่างทะเลเดดซีและอ่าวกาบา นครแห่งนี้เชื่อว่ามีอายุราว 700 ปี สถานที่นี้มีมนุษย์เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้ราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาลแล้วโดยชนชาติที่มีชื่อว่า ชาวนาบาเทียน ซึ่งเดินทางมาจากแทบทะเลทรายอาหรับ นักโบราณคดีเชื่อว่าชาวนาบาเทียนนี้มีความสามารถและชำนาญในเรื่องการแกะสลักหินจากผา ซึ่งใช้สำหรับที่อาศัยของพวกเขาและเลี้ยงแกะ ต่อมาได้มีการรับจ้างเป็นยามรักษาความปลอดภัยแก่กองคาราวาน นอกจากนี้แล้วยังเชื่อว่าชนเผ่านี้มีความซื่อสัตย์ และพวกเขาได้เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในบริเวณหุบเขานี้จนมีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น จนเริ่มมีการสร้างอาคารที่สลักด้วยหินจากหน้าผาขึ้น จากนั้นนครโบราณแห่งนี้ก็กลายเป็นเส้นทางที่สำคัญแห่งหนึ่งในตอนนั้น เนื่องจากเป็นเส้นทางสำคัญคือ สายตะวันออก – สายตะวันตก คาบสมุทรอาหรับกับอ่าวเปอร์เซียจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ สายเหนือ – ใต้ ที่เชื่อมทะเลแดงกับ กรุงดามัสกัส ซีเรีย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญ นอกจากนี้หุบเขาวาดี มูซา ยังถูกเรียกอีกชื่อว่า หุบเขาโมเสส จากตำนานความเชื่อที่ว่า น้ำภายในหุบเขานั้นเป็นน้ำที่โมเสส เสกให้เพื่อชาวยิวกินแก้กระหาย ดังนั้นแล้วพ่อค้าที่เดินทางจากทะเลทรายต้องเดินทางมาที่นครเพตราแห่งเดียวเท่านั้น ต่อมาในสมัยกรีกโบราณนครเพตรากลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่มั่งคั่ง ซึ่งชาวกรีกในสมัยในเดินทางมาที่แห่งนี้เพื่อซื้อขายสินค้า ตามบันทึกของนักเดินทางชาวกรีกโบราณชื่อว่า สตราโบ กล่าวว่า นครเพตรานั้นเต็มไปด้วยสินค้าต่างๆ เช่น ยางไม้หอม กำยาน เครื่องเทศของชาวอาหรับ ทองแดง เหล็ก เครื่องปั้นดินเผา รูปปั้น ผ้าย้อมของชาวฟินิเซียน นครโบราณนี้เจริญรุ่งเรืองจนถึงช่วงสมัยโรมันซึ่งจักรพรรดิโรมันได้ยกทัพโจมตีเมืองแห่งนี้ เนื่องจากนครนี้ไม่เคยมีศัตรูมานับตั้งแต่ก่อสร้างนครจึงได้ให้พ่ายแพ้ไปในที่สุด หลังจากนั้นเมืองถูกปล่อยทิ้งร้างจนกระทั่งปี 1812 นักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท ได้เดินทางเข้ามาที่นครแห่งนี้และได้เผยแพร่ออกสู่สายตาชาวโลกจนทำให้นครเพตราเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีนักสำรวจ นักโบราณคดีเดินทางเข้ามาศึกษาจำนวนมาก ปัจจุบันนครเพตราเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของจอร์แดน และในปี 2008 นครเพตราได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและได้รับการเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย

แกรนด์แคนยอน เที่ยวชมหุบเหวลึกที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก

แกรนด์แคนยอน เที่ยวชมหุบเหวลึกที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก

แกรนด์แคนยอน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งชาตินี้จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งรองจากเยลโลว์สโตน ซึ่งแกรนด์แคนยอนนี้มีลักษณะเป็นหน้าผาลึกที่มีความสูงราว 1,600 เมตร และมี ความยาวของหุบเหว 450 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นหน้าผาที่มีความยาวที่สุดในโลกโดยด้านล่างของหุบเหวคือแม่น้ำโคโรลาโด ซึ่งจัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม สำหรับพื้นที่แห่งนี้ถูกค้นพบโดยนักสำรวจชาวยุโรป ชื่อว่า พันตรี จอห์น เวสลีย์ พาวเวลล์ และคณะเมื่อปี ค.ศ. 1869 ต่อมาทางการของสหรัฐได้ขึ้นทะเบียนแกรนด์แคน ยอนให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 2 ของประเทศ แกรนด์แคนยอน จัดว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะแก่การศึกษาด้านธรณีวิทยาซึ่งหน้าผาที่ถูกกัดเซาะนั้นมีชั้นดินต่างๆ ที่ซับซ้อนกัน นักธรณีวิทยาเชื่อว่าแกรนด์แคนยอนนั้นเกิดจากการกัดเซาะของน้ำในแม่น้ำโคโรลาโดเมื่อราว 250 – 225 ล้านปีก่อน เชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ราบกว้างและมีแม่น้ำโคโร ลาโดไหลผ่านซึ่งเวลาผ่านไปนานมากพื้นดินบริเวณขอบของแม่น้ำเกิดการพังทลายของหน้าดินทำให้น้ำในแม่น้ำเริ่มลดระดับลงและมีขนาดเล็กลง ต่อมาเกิดการเคลื่อน ตัวของเปลือกโลกอย่างรุนแรงการเคลื่อนตัวก่อให้เกิดแรงดันมหาศาลใต้พื้นโลกและทำให้พื้นที่ราบดันตัวสูงขึ้น ต่อมาน้ำในแม่น้ำก็กัดเซาะชั้นดินของหน้าผาลึกลงเรื่อยๆ ประกอบกับกระแสน้ำที่ไหลแรงพัดเอาทรายและตะกอนและเกิดการกัดเซาะลึกลงจนสามารถชั้นหินแบบต่างๆ ก่อเกิดเป็นร่องเหวลึก รวมถึงพื้นที่ราบถูกลมและฝนเกาะซัดบริเวณโดยรอบจนเห็นเป็นผาหินกว้างใหญ่การกระทำนี้เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายล้านปีจนเกิดเป็นผาหินซับซ้อน ดังเช่นปัจจุบัน แกรนด์แคนยอน จึงกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกทางธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งนี้แกรนด์แคนยอนไม่ได้มีเฉพาะบนโลกเท่านั้น ยังมีเหวลึกลักษณะคล้ายกันบนดาวอังคารชื่อว่า มาริเนริส ที่มีความกว้างราว 8,500 กิโลเมตร ยาว 10,600 กิโลเมตร ซึ่งคิดเป็น 10 เท่าของแกรนด์แคนยอนบนโลกอีกด้วย ปัจจุบันแกรนด์แคนยอนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมโดยมีนักท่องเที่ยวกว่า 4 แสนคนต่อปีซึ่งภายในก็มีกิจกรรมหลากหลาย เช่น จุดชมวิวซึ่งมีสกายวอกล์ยื่นออกจาก หน้าผาให้ชมวิวโดยรอบหรือจะเดินทางลงไปยังจุดชมวิวด้านล่างบริเวณแม่น้ำโคโรลาโดเดินทางลัดเลาะตามหุบเขาที่น่าพิศวง หรือจะใช้บริการล่องเรือชมความสวยงา มรอบๆแม่น้ำและหุบเหวแกรนด์แคนยอน