Browsed by
Tag: มรดกโลก

ภูเขาไฟฟูจิ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเมื่อมาเยือนญี่ปุ่น

ภูเขาไฟฟูจิ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเมื่อมาเยือนญี่ปุ่น

ภูเขาไฟฟูจิ เป็นชื่อสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฟุจิ-ฮะโกเนะ-อิซุ ที่จังหวัดชิซุโอเนะ และ จังหวัดยามาชิ ภูเขาไฟแห่งนี้เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น มีความสูง 3,776 เมตร ไปทางตะวันตกของกรุงโตเกียวราว 50 กิโลเมตรพื้นที่โดยรอบของภูเขาไฟนั้นเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ สวยงามประกอบด้วยทะเลสาบทั้งห้าและน้ำตกชิระอิโตะ ภูเขาไฟฟูจินั้นเป็นภูเขาไฟประเภทกรวยสลับชั้นปัจจุบันจัดว่าเป็นภูเขาไฟที่สงบและมีโอกาสปะทุต่ำ โดยปะทุ ครั้งสุดท้ายในยุคเอโดะหรือปี 1707 ภูเขาฟูจิจัดว่าเป็นภูเขาที่มีความสำคัญทั้งในเรื่องของความเชื่อและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นจะเห็นว่ามีภาพเขียนต่างๆที่มีฟูจิเป็นฉากหลังด้วย ตามความเชื่อแต่โบราณของ ชาวญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคเมจิเชื่อว่าภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงเป็นสถานที่ที่มีเทพเจ้าสิงสถิตอยู่ และยังเป็นแรงบันดาลใจของศิลปินในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 จะ เห็นได้จากภาพเขียน กลอน และบทกวีที่กล่าวถึงภูเขาไฟฟูจิมากมาย ภูเขาไฟฟูจิ ความสวยงามที่เกินบรรยาย   ทำให้ภูเขาไฟลูกนี้เป็นทีรู้จักไปทั่วโลกปัจจุบันภูเขาไฟฟูจิจัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีทัศนียภาพที่สวยงามของ ธรรมชาติอย่างมาก สามารถเที่ยวชมความงามของภูเขาได้เกือบทุกฤดูกาลโดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่อากาศแจ่มใสทำให้สามารถมองเห็นภูเขาไฟได้ อย่างชัดเจน และสามารถมองเห็นได้จากกรุงโตเกียวเลยทีเดียว จุดเด่นอย่างหนึ่งของภูเขาไฟลูกนี้คือมีหิมะปกคลุมตลอดปีแม้ในช่วงฤดูร้อนก็มีหิมะปกคลุมให้เห็นบางๆ บนยอด แต่ในช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุมบนยอดจำนวนมาก ซึ่งมองเห็นอย่างสวยงาม นอกจากชมความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิแล้วบริเวณโดยรอบก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเช่นกันไม่ว่าจะเป็นชมทะเลสาบคาวากุจิบริเวณโดย รอบมีต้นซากุระขึ้นจำนวนมาก รวมถึงต้นไม้อื่นๆอีก และหากเป็นช่วงฤดูซากุระก็ยิ่งมีความสวยงามและชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ในบริเวณนั้น สำหรับกิจกรรมอื่นๆก็มีเช่นกิจกรรมปืนเขาซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมของนักปืนเขาอย่างมากโดยการปืนเขานั้นก็จะมีตั้งแต่ระดับ 1 จนถึงระดับ 5 ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสกีหิมะและกระดานเลื่อนให้ความสนุกสนานแก่นักท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีกิจกรรมเช่นล่องเรือตามทะเลสาบคาวาฟุจิชมความสวยงาม บริเวณโดยรอบ ภูเขาไฟฟูจินั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมากจนกระทั่งปี 2013 ภูเขาไฟฟูจิได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยผ่านการพิจารณาดังนี้  เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลัก ฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

นครเพตรา นครโบราณมรดกโลกภายใต้หุบเขาอัศจรรย์

นครเพตรา นครโบราณมรดกโลกภายใต้หุบเขาอัศจรรย์

นครเพตรา เป็นชื่อของโบราณสถานซึ่งแกะสลักด้วยหินจากหุบเขาวาดี มูซา ประเทศจอร์แดน นครแห่งนี้จัดว่าเป็นสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลกโดยตัวอาคารจะแกะสลักจากหินของหุบเขาที่ตั้งระหว่างทะเลเดดซีและอ่าวกาบา นครแห่งนี้เชื่อว่ามีอายุราว 700 ปี สถานที่นี้มีมนุษย์เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้ราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาลแล้วโดยชนชาติที่มีชื่อว่า ชาวนาบาเทียน ซึ่งเดินทางมาจากแทบทะเลทรายอาหรับ นักโบราณคดีเชื่อว่าชาวนาบาเทียนนี้มีความสามารถและชำนาญในเรื่องการแกะสลักหินจากผา ซึ่งใช้สำหรับที่อาศัยของพวกเขาและเลี้ยงแกะ ต่อมาได้มีการรับจ้างเป็นยามรักษาความปลอดภัยแก่กองคาราวาน นอกจากนี้แล้วยังเชื่อว่าชนเผ่านี้มีความซื่อสัตย์ และพวกเขาได้เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในบริเวณหุบเขานี้จนมีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น จนเริ่มมีการสร้างอาคารที่สลักด้วยหินจากหน้าผาขึ้น จากนั้นนครโบราณแห่งนี้ก็กลายเป็นเส้นทางที่สำคัญแห่งหนึ่งในตอนนั้น เนื่องจากเป็นเส้นทางสำคัญคือ สายตะวันออก – สายตะวันตก คาบสมุทรอาหรับกับอ่าวเปอร์เซียจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ สายเหนือ – ใต้ ที่เชื่อมทะเลแดงกับ กรุงดามัสกัส ซีเรีย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดที่สำคัญ นอกจากนี้หุบเขาวาดี มูซา ยังถูกเรียกอีกชื่อว่า หุบเขาโมเสส จากตำนานความเชื่อที่ว่า น้ำภายในหุบเขานั้นเป็นน้ำที่โมเสส เสกให้เพื่อชาวยิวกินแก้กระหาย ดังนั้นแล้วพ่อค้าที่เดินทางจากทะเลทรายต้องเดินทางมาที่นครเพตราแห่งเดียวเท่านั้น ต่อมาในสมัยกรีกโบราณนครเพตรากลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่มั่งคั่ง ซึ่งชาวกรีกในสมัยในเดินทางมาที่แห่งนี้เพื่อซื้อขายสินค้า ตามบันทึกของนักเดินทางชาวกรีกโบราณชื่อว่า สตราโบ กล่าวว่า นครเพตรานั้นเต็มไปด้วยสินค้าต่างๆ เช่น ยางไม้หอม กำยาน เครื่องเทศของชาวอาหรับ ทองแดง เหล็ก เครื่องปั้นดินเผา รูปปั้น ผ้าย้อมของชาวฟินิเซียน นครโบราณนี้เจริญรุ่งเรืองจนถึงช่วงสมัยโรมันซึ่งจักรพรรดิโรมันได้ยกทัพโจมตีเมืองแห่งนี้ เนื่องจากนครนี้ไม่เคยมีศัตรูมานับตั้งแต่ก่อสร้างนครจึงได้ให้พ่ายแพ้ไปในที่สุด หลังจากนั้นเมืองถูกปล่อยทิ้งร้างจนกระทั่งปี 1812 นักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท ได้เดินทางเข้ามาที่นครแห่งนี้และได้เผยแพร่ออกสู่สายตาชาวโลกจนทำให้นครเพตราเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีนักสำรวจ นักโบราณคดีเดินทางเข้ามาศึกษาจำนวนมาก ปัจจุบันนครเพตราเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของจอร์แดน และในปี 2008 นครเพตราได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและได้รับการเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย